ความเชื่อ “ทางสามแพร่ง” เป็น “ทางผีผ่าน” ไม่ดีจริงหรือ?!

ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างบอกกันว่า ทางสามแพร่งนั้นเป็นตำแหน่งไม่ดี อัปมงคล สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อ แต่เป็นความจริงตามหลักการพื้นฐาน เนื่องจากการสร้างบ้านในตำแหน่งทางสามแพร่งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมต่อการเกิดอุบัติเหตุ เกิดความวุ่นวาย ก่อให้เกิดเสียงรบกวน แสงไฟสาดส่องเข้าบ้านในยามค่ำคืน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางสามแพร่งดังกล่าว จะหมายถึงเฉพาะบ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ หรือเป็นเส้นทางหลักที่มีรถสัญจร ยิ่งมีรถปริมาณมาก ขับเร็วมาก ยิ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี ผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกไม่สบายใจ ว้าวุ่นกังวลใจอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จะรบกวนต่อการใช้ชีวิต ส่งผลให้ชีวิตไม่เป็นสุขได้ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้แย่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าชีวิตความเป็นอยู่เดิมของบ้านที่ติดกับทางสามแพร่งนั้นเป็นอย่างไร

ถ้าเป็นบ้านก็จะทำให้สมาชิกในครอบครัวเจอเรื่องร้ายต่างๆนานา เป็นร้านค้าหรือสำนักงานก็จะทำให้การไม่เจริญรุ่งเรื่อง ล้มละลาย ถึงขั้นปิดกิจการกันได้ แต่ถ้าหากสังเกตบ้าน ร้านค้า หรือ อาคารที่ตรงกับทางสามแพร่งนั้นแล้วก็ไม่ได้มีบ้าน ร้านค้าหรือกิจการจะอยู่บริเวณทางสามแพร่งแล้วไม่ดีไม่เจริญรุ่งเรื่องหรือมีปัญหาต่างๆนานาทุกร้าน ยังมีบ้าน ร้านค้าหรือกิจการที่เจริญรุ่งเรื่องในบริเวณทางสามแพร่งหลายแห่ง ซึ่งหากพิจารณาฮวงจุ้ยที่ตรงกับทางสามแพร่งนั้นเป็นทำเลไม่ดีจริงแล้ว บ้าน อาคาร ร้านค้า กิจการต่างๆที่ตรงทางสามแพร่งนั้นจะต้องมีปัญหา ไม่เจริญรุ่งเรื่องกันหมดทุกที่ถึงจะบอกได้ว่าฮวงจุ้ยตรงทางสามแพร่งไม่ดีแน่นอน

ความเป็นจริงแล้วทางสามแพร่งนั้น เปรียบเสมือนช่องลมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นช่องบีบให้อากาศหรือลมนั้นเข้ามาสะสมได้มากเป็นพิเศษ และส่วนถนนด้านที่มีรถยนต์วิ่งเข้าหาบ้านหรืออาคารตรงทางสามแพร่งก็จะรับพลังงานรุนแรงเป็นพิเศษอีกด้วยเนื่องจากรถยนต์เวลาวิ่งเข้ามาก็จะลากกระแสพลังงานมาด้วย สังเกตได้เมื่อรถยนต์วิ่งผ่านเราใกล้ๆนั้นเราจะรู้สึกถึงแรงลมที่รถวิ่งผ่านไปโดยลมเหล่านี้ก็เป็นพลังงาน ดังนั้นบริเวณทางสามแพร่งจะได้กระแสพลังงานสะสมจากที่รถยนต์วิ่งแล้วลากเข้ามาหาตัวบ้านหรืออาคารบริเวณนั้นเป็นพิเศษ จึงสรุปได้ว่าบ้านและอาคารที่อยู่ตรงทางสามแพร่งมีโอกาสได้รับพลังงานมากและรุนแรงเป็นพิเศษ แต่ว่าการรับพลังที่มากนั้นไม่ได้แปลว่าต้องร้ายเสมอไป

ดังนั้นก็แปลว่าบ้านหรืออาคารใดๆ ที่อยู่ในตรงทางสามแพร่งก็จะมีช่วงจังหวะเวลาราวๆทุก 20 ปีที่ทางสามแพร่งนั้นเป็นพลังงานในองศาทิศทางที่ดีหรือร้ายสลับกันไปได้ ซึ่งซินแสบางคนบอกว่าทางสามแพร่งนั้นไม่ดีนั้นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการคำนวณทิศทางว่าเป็นพลังงานจากทิศดีหรือทิศร้ายในแต่ละช่วงยุคสมัยนั้นเอง หรือแม้ว่าคำนวณว่าทิศทางสามแพร่งนั้นเป็นองศาทิศทางที่ดีแต่พอช่วงยุคสมัยหรือราวๆทุกรอบ 20 ปีเปลี่ยนไปทิศทางนั้นอาจเป็นทิศร้ายจึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ซินแสบางคนไม่ชอบทางสามแพร่งเป็นพิเศษ

แต่สำหรับซินแสบางคนก็จะมีมุมมองต่างๆ กันเนื่องจาก ทางสามแพร่งนั้นหากอยู่ในทิศทางที่ดีแล้วก็ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่องที่พลังผ่านมาอย่างรุนแรงเป็นพิเศษยิ่งกระตุ้นพลังที่ดีมากดังนั้นสำหรับมุมมองของซินแส บางคนอาจเลือกทำเลบ้าน ร้านค้า หรืออาคารต่างๆในตรงกับทางสามแพร่งในทิศทางองศาที่ดีเพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรื่องถึงที่สุด แต่ทั้งนี้ซินแสก็ควรจะต้องบอกช่วงระยะเวลาที่ดีของฮวงจุ้ยที่ตรงทางสามแพร่งนี้ว่ามีระยะเวลาที่ดีนานแค่ไหนให้กับผู้ที่ต้องการใช้สถานที่นั้นให้รู้

แต่ทั้งนี้ กรณีทางสามแพร่งในโครงการบ้านจัดสรร ไม่สามารถนำทฤษฎีทางสามแพร่งมาใช้ในหลักฮวงจุ้ยได้ทั้งหมด เนื่องจากลักษณะการอยู่อาศัยภายในโครงการบ้านจัดสรร จำกัดพื้นที่ความเป็นส่วนตัวไว้แล้ว ผู้ที่เข้ามาภายในโครงการบ้านโดยหลักจะเป็นผู้อยู่อาศัย หากเป็นโครงการบ้านขนาดใหญ่ตั้งแต่ 100 ยูนิตเป็นต้นไป และตำแหน่งทางสามแพร่งตั้งอยู่ตั้งแต่ต้นทางของโครงการ ตรงส่วนนี้อาจมีผลกระทบได้ แต่หากเป็นโครงการขนาดเล็กหรือทางสามแพร่งที่อยู่ท้ายโครงการ ตำแหน่งดังกล่าวจะไม่นับว่าเป็นจุดอัปมงคลแต่อย่างใด เนื่องจากโดยปกติแต่ละวันค่อนข้างมีรถผ่านเข้าออกน้อยมาก หรือหากผ่านเข้ามาก็จะขับกันอย่างช้าๆ เท่านั้น แม้ว่าทางสามแพร่งภายในโครงการบ้านจะไม่ได้มีผลใดกับฮวงจุ้ย แต่เชื่อได้ว่าบางท่านก็ยังอาจมีความกังวลใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย Sanook!horoscope จึงขอปิดท้ายด้วย วิธีแก้เคล็ดทางสามแพร่ง ซึ่งมีวิธีการไม่ยากเลย

1.ทำกำแพงบ้าน กำแพงบ้านในตำแหน่งดังกล่าว ควรออกแบบให้เป็นกำแพงที่สามารถปกปิดได้ เหมาะกับลักษณะแบบกำแพงปูนด้านล่างปิดทึบ ด้านบนสลับด้วยวัสดุอื่นๆ เพื่อความสวยงาม ติดไฟไว้ตามเสากำแพงเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน

2.ตำแหน่งประตูรั้ว ประตูรั้วบ้านควรจะต้องอยู่ในตำแหน่งเยื้องจากทางที่พุ่งเข้ามา อาจต้องคำนวณดูว่า บ้านด้านใดกินพื้นที่ทางสามแพ่งมากกว่ากัน ให้เลือกทางที่กินพื้นที่น้อยที่สุดเพื่อเป็นการหลบมุม และไม่ควรเปิดประตูทิ้งไว้ เปิดเฉพาะช่วงเวลาเข้าออกเท่านั้น

3.เสริมรั้วต้นไม้ ต้นไม้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาฮวงจุ้ยได้ เพราะต้นไม้นับเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นควบคู่กับกำแพงบ้าน ซึ่งในทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยลดพลังงานที่ไม่ดีให้เบาลงได้ ไม่แนะนำให้กระจกอยู่ตรงกับประตู เพราะจะทำให้โชคที่กำลังจะเข้ามาสู้ร้านเราสะท้อนออกไปหมด หากนำหลักความจริงเข้ามาวิเคราะห์ ต้นไม้ช่วยในการกรองฝุ่น แสงสาดส่องจากรถยนต์ บดบังตัวบ้านได้อย่างดี ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับการทำรั้ว เช่น ต้นโมก ต้นแก้ว ต้นชา หรือไม้ยืนต้นอื่นๆ

4.จัดสวนหน้าบ้าน พื้นที่หน้าบ้านควรใช้เป็นพื้นที่ว่างสำหรับการจัดสวน ตำแหน่งบ้านร่นระยะเข้าไป หลักการดังกล่าวไม่เพียงแก้ฮวงจุ้ยได้ แต่ยังเหมาะกับการเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านทั่วไปอีกด้วย บ้านที่ดีควรมีพื้นที่สวนหน้าบ้าน ไม่ควรให้บ้านอยู่ชิด ติดรั้วมากจนเกินไป

5.ทำทางเท้า หากเป็นโครงการบ้านจัดสรร โดยทั่วไปนิยมทำทางเท้าไว้ให้แล้ว แต่หากไม่มี เจ้าของบ้านสามารถทำเป็นทางเท้าเพิ่มเติมได้เช่นกันครับ อาจนำกระถางต้นไม้มาประดับตกแต่งให้แลดูสวยงาม มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เรื่องราวของฮวงจุ้ยนั้น เป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น การจะบอกได้ว่าแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี จำเป็นต้องดูตามความเหมาะสมของสถานที่นั้นๆ สำหรับบ้านภายในโครงการจัดสรรที่เป็นทางสามแพร่ง สามารถซื้อขาย หรืออยู่อาศัยได้เป็นปกติ

ขอแถมเคล็ดอีกนิด หลักฮวงจุ้ยแนะนำว่าให้ วางกระจกเอาไว้ทั้งสองฝั่งซ้ายขวาเหมือนเป็นการเพิ่มโชคสองชั้นเพิ่มลูกค้าเป็นดับเบิ้ลนั่นเอง และที่สำคัญกระจกที่แตกร้าวไม่ควรใช้ต่อเพราะเป็นความเชื่อของโบราณที่ว่า เมื่อเราส่องกระจกที่แตก ชีวิตเราก็จะแตกร้าวเหมือนกระจก แถมอีกนิดว่ากระจกที่นำมาติดควรเห็นทั้งตัวไม่ควรเห็นแค่หน้าถึงลำคอ ไม่เช่นนั้นจะเป็นดังคำที่กล่าวว่า “กระจกตัดคอ” ส่วนในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นสามรถเลือกได้ตามศรัทธาแต่มีข้อห้ามอยู่ว่า ห้ามวางไว้ใต้คานใต้บันได

จะว่าไปแล้วจุดดังกล่าวยังมีข้อดีกว่าแปลนที่มีบ้านเคียงข้างอยู่ติดกันอย่างแออัด ทั้งทางด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง แต่หากเป็นทางแยก พื้นที่หน้าบ้านจะโปร่งโล่ง สามารถรับลมได้ดีกว่าอีกด้วย และบางโครงการตำแหน่งดังกล่าวขายยาก ทางโครงการจึงมักลดราคา ผู้อยู่อาศัยสามารถสร้างบ้านในราคาต่ำกว่าปกติ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสซื้อที่ดินถูกสำหรับผู้รู้เลย

สีกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิด เลือกยังไงให้เสริมโชคลาภ

สีกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิด สำหรับคนที่กำลังมองหากระเป๋าใบใหม่ หรือเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ ลองหันมาใส่ใจกับสีกระเป๋าที่จะเลือกซื้อให้ถูกโฉลกตามวันเกิดกันดีกว่า เพื่อเป็นสิริมงคลเสริมโชคลาภนะคะ

คนเกิดวันอาทิตย์

คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเลค่ะ ส่วนสีที่คุณควรใช้คือ สีในโทนสว่าง หรือจะเป็นสีน้ำตาล ,สีเขียว อันนี้ก็โอเคค่ะ

คนเกิดวันจันทร์

กระเป๋าสตางค์สีแดง หรือกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาหนังสัตว์ คุณควรหลีกเลี่ยงไปเลยค่ะ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก็คือ สีน้ำตาล หรือสีม่วง

คนเกิดวันอังคาร

สีน้ำตาล และสีครีม เป็นสีที่ไม่เหมาะกับคนเกิดวันอังคารเลย และอีกอย่างที่ต้องห้ามก็คือ กระเป๋าที่ทำมาจากหนังสัตว์ ส่วนสีที่ถูกโฉลกกับคุณก็คือ สีชมพู สีแสด และสีส้ม

คนเกิดวันพุธ

สำหรับคนเกิดวันพุธก็มีสีต้องห้าม คือ ดำ และชมพู ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนัง โดยเฉพาะสัตว์ปีก ส่วนสีของกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะกับคุณก็คือ สีเขียวครีม และน้ำตาล

คนเกิดวันพฤหัสบดี

สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดีมีสีต้องห้ามอยู่สีเดียวคือ สีดำ และขนาดของกระเป๋าจะต้องไม่ใหญ่เกินไป เลือกชนิดมีช่องใส่พอประมาณค่ะ ส่วนสีที่เหมาะก็คือ สีแดง หรือส้ม

คนเกิดวันศุกร์

สีของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ก็คือ สีดำ หรือสีทึมไม่สดใส แล้วก็ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูแปลกจนเกินไป เพราะจะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่นะคะ ส่วนสีที่ควรใช้ก็คือ สีฟ้า และสีชมพู

คนเกิดวันเสาร์

คุณไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ สีเขียว หรือน้ำตาล และต้องพยายามเลือกแบบที่ไม่เก่าเร็ว ต้องแลดูใหม่อยู่เสมอหรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนเกิดวันเสาร์ต้องซื้อกระเป๋าสตางค์บ่อยกว่าคนเกิดวันอื่น เพราะถ้าคุณปล่อยกระเป๋าสตางค์ของคุณเก่าขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ เมื่อนั้นจะทำให้ไม่มีโชคลาภค่ะ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณก็คือสีฟ้าหรือสีม่วงค่ะ

เกิดปีไหน เลือกบ้านอย่างไร..มาดูกัน

เคยไหม..ที่รู้สึกว่าบ้านหลังที่คุณอาศัยอยู่มีปัญหาจุกจิกให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่แน่อาจจะเกิดจากฮวงจุ้ยที่ผิดที่ผิดทางก็ได้นะ ปีเกิดของคุณกับการเลือกซื้อบ้านก็เช่นกัน ถ้าสามารถเก็บข้อมูลในการเลือกซื้อบ้านตามปีเกิดเหล่านี้ไปร่วมพิจารณาได้ล่ะก็ อาจจะทำให้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ของคุณมีแต่เรื่องดี ๆ ก็ได้ ใครจะรู้ จริงไหม? ถ้าอย่างนั้นเราลองไปดูข้อมูลดี ๆ จาก อ.คลังจินดา คลังเงินตรา เกี่ยวกับการเลือกบ้านตามปีเกิดกันเลยดีกว่า ..

 ปีชวด (ปีหนู)  ท่านที่เกิดปีนักษัตร ปีชวด ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศ 172.6 – 187.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีชวด ดังนั้นจึงเป็นทิศต้องห้าม จากประสบการณ์ที่อาจารย์ไปดูฮวงจุ้ย และจัดบ้านให้แก่ผู้ที่อยู่ผิดทิศทาง ซึ่งมักจะเดือดเนื้อร้อนใจ อยู่ไม่สุข อยู่ไม่ติดบ้าน มีน้อยรายที่จะไม่มีอาการแบบนี้ ท่านที่เกิดปีชวดจึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อบ้านในทิศนี้

 ปีฉลู (ปีวัว)  ท่านที่เกิดปีนักษัตร ปีฉลู ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 202.6 – 217.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีฉลู ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีขาล (ปีเสือ) ท่านที่เกิดปีนักษัตร ปีขาล ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 232.2 – 247.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีขาล ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้าน หรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีเถาะ (ปีกระต่าย)  ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีเถาะ ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตก ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 262.6 – 277.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีเถาะ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้าน หรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีมะโรง (ปีมังกร)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะโรง ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 292.6 – 307.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะโรง ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีมะเส็ง (ปีงู)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะเส็ง ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 322.6 – 337.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะเส็ง ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะเมีย (ปีม้า)     ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะเมีย ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 352.6 – 07.5 องศา เพราะทิศดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะเมีย ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีมะแม (ปีแพะ)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีมะแม ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 22.6 – 37.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีมะแม ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีวอก (ปีลิง)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีวอก ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 53.6 – 67.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีวอก ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีระกา (ปีไก่)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีระกา ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออก ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 82.6 – 97.5 องศา องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีระกา ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

 ปีจอ (ปีหมา)   ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีจอ ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในตำแหน่งองศาเข็มทิศที่ 112.6 – 127.5 องศา เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีจอ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้

ปีกุน (ปีหมู)     ท่านที่เกิดในปีนักษัตร ปีกุน ไม่ว่าปี พ.ศ. ใด ๆ ห้ามปลูกบ้านหันหลังอิงทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะทิศทางดังกล่าวเป็นอริกับคนที่เกิดปีกุน ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านในทิศนี้