c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

วิศวกรสาวกลายเป็นศพต่างแดน ถูกฆ่าเปลือยทิ้งป่า หลังใจดีให้ที่อยู่คนบ้านเดียวกัน

           เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลียโดยเรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้วแต่พึ่งนำมาพิจารณาคดีพิพากษาฆาตกรโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2552   ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศออสเตรเลียได้พบศพหญิงสาวนิรนามคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายสัปดาห์โดยสมภพตรงบริเวณป่าข้างทางริมถนนซึ่งต่อมาสามารถตรวจสอบได้ว่าสอบดังกล่าวนั้นเป็นหญิงสาวชาวจีนที่ชื่อว่า อวี้ฉี เธอเป็นวิศวกรสาวที่ทำงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

และจากการพยายามทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุดก็สามารถจับกุมฆาตกรได้โดยคนที่ฆ่าเธอนั้นเป็นคนจีนเช่นเดียวกันซึ่งอาศัยอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอโดยทั้งคู่นั้นได้มีการใช้อพาร์ทเม้นท์อยู่ร่วมกันสำหรับตัวฆาตกรนั้นอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้นโดยทางด้านคนที่รู้จักฆาตกรได้ให้ข้อมูลว่าตัวฆาตกรนั้นเดินทางจากประเทศจีนเข้ามาที่ประเทศออสเตรเลียด้วยการทำวีซ่านักท่องเที่ยวหลังจากนั้นก็อาศัยหลบหนีอยู่ในประเทศออสเตรเลียอย่างผิดกฎหมายโดยทำอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง  ซึ่งในขณะนั้นเขาได้ทำงานที่บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งและบังเอิญได้ไปรู้จักกับผู้ตายซึ่งเป็นวิศวกรพอดี     

ด้วยความที่ผู้ตายนั้นเห็นว่าฆาตกรเป็นคนชาติเดียวกันเธอจึงรู้สึกสงสารและได้ให้ฆาตกรนั้นมาอาศัยอยู่ด้วยโดยให้ใช้ค่าห้องกับเธอ  หลังจากที่ฆาตกรอยู่ด้วยกันกับเธอเพียงแค่ประมาณ 3 สัปดาห์เพียงเท่านั้นเขาก็ลงมือสังหารโหดเธอซึ่งหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเขาเป็นฆาตกรมันก็คือการตรวจ DNA ตรงบริเวณเสื้อที่ฆาตกรนั้นนำไปพันคอเพื่อฆ่าเหยื่อนั้นเอง

    อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการจับกุมฆาตกรได้แล้วในครั้งแรกนั้นฆาตกรให้การปฏิเสธและเขาพยายามทำลายหลักฐานทุกอย่างโดยเฉพาะรอยนิ้วมือของเขาซึ่งเขาพยายามที่จะเอาฟันกัดไปที่นิ้วมือเพื่อลบร่องรอยลายนิ้วมือของตนเองแต่อย่างไรก็ตามแต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้สักระยะหนึ่งก็พบว่าฆาตกรนั้นน่าจะมีอาการทางจิตเพราะเมื่อเข้าไปในห้องขังแล้วเขามีการระบุว่าเขาได้ยินเสียงพระเจ้าตลอดเวลาและยังก่อเหตุฆ่าเพื่อนที่อยู่ในห้องขังตายอีก 1 คนด้วย

        คนด้วยและ คนด้วยและสุดท้ายเมื่อ เดือนกันยายนปี เดือนกันยายนปี พ.ศ. .2563  ศาลก็ได้พิพากษาความผิดของฆาตกรคนดังโดยให้จำคุก 13 ปีเพราะสุดท้ายแล้วฆาตกรก็สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือสังหารหญิงสาวจริงแต่ไม่ยอมแจ้งเหตุผลว่าสังหารเพราะอะไรและวิธีการสังหารนั้นทำอย่างไร

        ซึ่งจากการที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาฟังคำพิพากษาพวกเขารู้สึกไม่พอใจกับการพิพากษาในครั้งนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลว่าก่อนที่เขาจะลงมือสังหารหญิงสาวชาวจีนนั้นก็ได้มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการฆาตกรรมและการติดคุกในประเทศออสเตรเลียเอาไว้แล้วว่าจะมีความผิดอย่างไรบ้างแสดงว่าได้มีการวางแผนล่วงหน้าเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง ทำให้พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นรู้สึกว่าการที่ฆาตกรสารภาพผิดว่าเป็นคนฆ่าเขาต้องการสารภาพเพื่อต้องการลดโทษให้กับตนเองแต่ไม่ได้รู้สึกผิดที่ได้ฆ่าคนตาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

สั่งลาลูกศิษย์เพื่อไปละสังขารในถ้ำก่อน 1 เดือน

         ที่จังหวัดหนองบัวลำภูทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านให้เข้าไปดูภายในบริเวณถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของหมู่บ้านภูพานคำโดยบอกว่าได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพโชยออกมาจากในถ้ำซึ่งชาวบ้านที่แจ้งเหตุกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นสองสามีภรรยาทั้งคู่ตั้งใจที่จะมาเยี่ยม พระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งคนทั้งคู่นั้นให้ความเคารพนับถือโดยพระภิกษุสงฆ์องค์ดังกล่าวนั้นได้บอกกับลูกศิษย์ลูกหาคนอื่นรวมถึง 2สามีภรรยานี้ด้วย

ว่าจะเดินทางมาปฏิบัติธรรมในถ้ำแห่งนี้ซึ่งพระภิกษุสงฆ์องค์ดังกล่าวนั้นชื่อว่าพระเทพประเสริฐเป็นพระที่อาศัยอยู่ในวัดแห่งนี้มานานถึง 10 ปีแล้วแต่มักจะชอบปฏิบัติธรรมอยู่คนเดียวและส่วนใหญ่ก็มักจะลงไปปฏิบัติธรรมภายในถ้ำอย่างไรก็ตามลูกศิษย์ลูกหาต่างๆที่ได้ทราบเรื่องดังกล่าวต่างก็พากันเดินทางมาที่วัดแห่งนี้รวมถึงให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกว่าโดยส่วนมากแล้วประเทศประเสริฐนั้น

จะมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะและก่อนหน้านี้ก็เคยพูดกับลูกศิษย์หลายคนว่าใกล้ที่จะละสังขารแล้วและบอกให้ลูกศิษย์ไม่ต้องห่วงอะไรรวมถึงยังบอกให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีซึ่งลูกศิษย์ของท่านทุกคนนั้นต่างก็คิดว่าท่านเพียงพูดไปเล่นๆเท่านั้นไม่ได้มีอะไรแต่อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่พระเทพประเสริฐเข้าไปนั่งวิปัสสนาในถ้ำก็จะมีลูกศิษย์ลูกค้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเพื่อนำอาหารไปให้ท่านทางด้านเจ้าหน้าที่วัดได้มีการบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพระเทพประเสริฐนั้น

มีการไปปฏิบัติธรรมในถ้ำเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนแล้วและตั้งแต่เข้าไปในถ้ำก็ไม่เคยลงออกมาบิณฑบาตเลยอย่างไรก็ตามเมื่อฉันเจ้าหน้าที่ได้มุดเข้าไปในถ้ำต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 200 เมตรจึงไปเห็นศพของพระเทพประเสริฐนั้นนั่งสมาธิเสียชีวิตอยู่ซึ่งทางด้านคู่ภัยบอกว่าทางเข้านั้นค่อนข้างไปอย่างยากลำบากมากและไม่พบร่องรอยว่าจะถูกทำร้ายแต่อย่างใด

แต่มีร่องรอยของงูขนาดใหญ่เลื้อยผ่านบริเวณที่พบศพดังนั้นอาจจะสันนิษฐานเป็นไปได้ว่าพระเทพประเสริฐนั้นอาจจะถูกงูฉกจนถึงแก่ความตายหรืออาจจะเป็นที่ท่านนั้นละสังขารตามที่ท่านได้เคยสั่งเสียกับลูกศิษย์เอาไว้อย่างไรก็ตามลูกศิษย์ลูกหาได้มีการนำร่างของท่านนั้นไปทำการบำเพ็ญกุศลต่อไปสวนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ได้รวมถึงจากการพบศพนั้นสันนิษฐานว่าประเทศประเสริฐนั้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 เดือนด้วยกัน

 

สนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

พลเมืองดีชาวพม่าตั้งใจช่วยเหลือหนุ่มรถมอเตอร์ไซค์เสีย

          เรื่องราวของการเป็นพลเมืองดีแต่ได้รับความเดือดร้อนตอบกลับมานั้นเคยมีเคสแบบนี้มากมายหลายเคสแล้วซึ่งการที่ทำตัวเป็นคนดีช่วยเหลือคนอื่นแล้วต้องมาได้รับความเดือดร้อนเองนั้นจะเป็นการบั่นทอนจิตใจของคนที่ต้องการทำความดีแล้วไม่อยากทำความดีอีกต่อไปเพราะหาทำความดีแล้วตัวเองต้องเดือดร้อนก็คงไม่มีใครอยากจะทำอย่างแน่นอนอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คนดีของเรานั้นเป็นชาวพม่า

ซึ่งเขาได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคำว่าตัวเขานั้นเป็นแรงงานชาวต่างด้าวที่มาทำงานในบริษัทเมืองไทยอย่างถูกกฎหมายเนื่องจากวัน 21 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ที่ผ่านมานั้นตรงกับวันหยุดของเขาพอดีเขาจึงได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวที่ทะเลเตรียมคนเดียวแต่เนื่องจากว่าเขาเที่ยวเพลินไปหน่อยทำให้แสดงว่าจะขี่รถกลับบ้านไม่ทันจึงได้นอนอยู่ริมทะเลจนรอเช้ามืดช่วงเวลาซักประมาณ 3:00 น.

จึงได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะกลับที่พักของตนเองระหว่างทางหนุ่มพลเมืองดีชาวพม่าได้แวะเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันนั้นเองเขาเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังพบปัญหาว่ารถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติดด้วยความหวังดีก็ถึงได้อาสาให้วัยรุ่นคนดังกล่าวนั้นพ่วงรถเขาไปด้วยแต่เนื่องจากเขาไม่ชำนาญทางจึงให้วัยรุ่นเป็นคนขี่รถของเขาและตัวเขานั้น

สลับมาขี่รถมอเตอร์ไซค์ของวัยรุ่นคนดังกล่าวซึ่งวัยรุ่นคนดังกล่าวได้ขี่พาเขามาแถวเส้นทางไปบางแสนและเมื่อเดินทางมาถึงบริเวณที่ถนนเปลี่ยวไม่มีผู้คนรวมถึงเป็นบริเวณที่ไม่มีไฟฟ้าทำให้บริเวณนั้นค่อนข้างมืดวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ได้สลัดรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาขี่ออกหลังจากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นรถของเขาหลบหนีไปทำให้เขานั้นต้องจอดรถอยู่ริมถนนและรอความช่วยเหลือจากประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาจนในที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลือตามมาแจ้งความดำเนินคดี

        อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุขโมยรถมอเตอร์ไซค์ได้เลยยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวตามเส้นทางการหลบหนีอยู่แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันสะท้อนให้เราเห็นว่าหากคนเราทำความดีแล้วจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนผู้คนก็จะเลิกทำความดี และต่อไปสังคมไทยก็จะเป็นสังคมที่อยู่แบบตัวใครตัวมัน เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะทำความดีแล้วทำให้ตนเอง

ต้องเดือดร้อนเหมือนอย่างที่ชายชาวพม่าคนนี้กำลังประสบปัญหาอยู่อย่างแน่นอนดังนั้นเราจึงไม่ควรที่จะทำร้ายคนที่เข้ามาช่วยเหลือเราด้วยความจริงใจอย่างที่ชายวัยรุ่นคนนี้กำลังทำอยู่เพราะคุณกำลังสร้างชื่อเสียงทางด้านลบให้กับประเทศไทยรวมถึงถ้าตำรวจจับได้คุณก็จะถูกจับติดคุก

 

สนับสนุนโดย   ufabet เว็บแม่

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

หนุ่มอกหักถูกรถชนกู้ภัยพาส่งโรงพยาบาลเจ้าตัวยังขอเพลงซึ้งๆ 

             เรื่องราวที่กำลังโด่งดังในกระแสโซเชียลเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปซึ่งคลิปดังกล่าวระบุว่าเป็นคลิปที่กำลังปฏิบัติหน้าที่พาผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุถูกรถชนไปส่งโรงพยาบาลบางกรวยแต่ว่าผู้บาดเจ็บนั้นยังอยู่ในสภาวะที่กำลังอกหักและเมามายขณะที่ได้รับบาดเจ็บก็ยังขอให้กู้ภัยช่วยเปิดเพลงซึ้งๆให้ฟังเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมีการเปิดเพลงให้ฟังก็อยู่ในสภาพที่อินกับเพลง มากถึงขนาดที่ว่านอนอยู่บนเปลยังร้องเพลงได้เต้นได้

         เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13  เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563 โดยสถานที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรีตรงบริเวณถนนราชพฤกษ์ด้วยอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีรถแท็กซี่เกิดขับไปเฉี่ยวชนคนที่กำลังข้ามถนนซึ่งจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นพบว่าใช้ที่ข้ามถนนนั้นอยู่ในการเมาสุราลักษณะของการเดินข้ามถนนนั้นเขาได้มีการแบ่งจักรยานขึ้นบาทละเดินข้ามถนน   

       อย่างไรก็ตามจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ใช่คนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บไม่มากนักซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแต่ชายคนดังกล่าวอยู่ในอาการเมาสุราพร้อมกับกล่าวว่าตนเองนั้นอยู่ในอาการอกหักไม่อยากที่จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกร้องอยู่นานแต่ก็ไม่ยอมไปจึงได้มีการข่มขู่ชายคนดังกล่าวว่าถ้าหากเขาไม่ยอมไปโรงพยาบาลทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวเขาไปไว้ที่โรงพักแทนจึงทำให้ชายที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเปลี่ยนใจไปโรงพยาบาล

        ในขณะที่ระหว่างกู้ภัยกำลังพาไทยคนที่ได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางกรวยซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุมากที่สุดนั้นทางด้านคู่ภัยเห็นว่าชายคนดังกล่าวนั้นอยู่ในอาการหมดอะไรตายอยากดึงได้อาสาว่าจะมีการเปิดคลิปตลกให้ดูแต่ชายคนที่ได้รับบาดเจ็บกับขอร้องกู้ภัยให้เปิดเพลงเศร้าๆซึ้งๆสำหรับคนอกหักให้เขาฟังซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเองก็ได้เปิดเพลงโลกซึมเหล้า ให้ชายคนดังกล่าวฟังแทน

            อย่างไรก็ตามทางด้านกู้ภัยเห็นว่าชายคนดังกล่าวนั้นกับรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเพลงเพราะเขาลืมเจ็บแล้วหันมาร้องเพลงและเต้นแทนทั้งๆที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงของกู้ภัยนั่นเองทั้งด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ถ่ายคลิปนี้เอาไว้และนำมาโพสต์ใน Facebook ของตนเองจนกลายเป็น viral โด่งดังไปทั่วในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้    ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ได้เห็นคลิปดังกล่าวนั้นก็มีอาการแตกต่างกันออกไปมีทั้งสงสารและขำปะปนกันไป

 

 

สนับสนุนโดย   สมัครเอเย่นต์ ufabet

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

วัยรุ่นตีกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ สาว 16 โดนลูกหลงเสียชีวิต

          มีเหตุการณ์เศร้าสลดใจเกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงสาววัย 16 ปีซึ่งเธอเป็นเด็กนักเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกอาวุธปืนยิงไปที่บริเวณการหลังจนทำให้เสียชีวิตสวยขนาดนั้นเธอได้เดินทางไปยัง งานเทศกาลไหมประจำปีของอำเภอนาโพธิ์

        โดยหญิงสาววัย 16 ปีคนนี้เธอได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปกับแฟนหนุ่มเนื่องจากว่าเพื่อนของเธอนั้นได้มีการประกวดอยู่ภายในงานดังกล่าวเธอจึงได้เดินทางไปเชียร์เพื่อนของเธอหลังจากนั้นขากลับขณะที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับมานั้นมีวัยรุ่นประมาณ 3-4 คนได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามประกบและมีอาวุธปืนยิงตามหลังมาทำให้เธอนั้นโดนอาวุธปืนยิงไปที่บริเวณกลางหลังกระสุนปืนนั้นทะลุหลังของเธอไปถูกคนขับรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มด้วย

       อย่างไรก็ตามหญิงสาววัย 16 ปีเสียชีวิตทันทีในขณะที่แฟนหนุ่มนั้นอาการสาหัสขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล  ส่วนทางด้านพ่อแม่ของหญิงสาวอายุ 16 ปีนั้น  คุณแม่อยู่ระหว่างความเศร้าโศกเสียใจที่ต้องจัดงานศพให้กับลูกสาวด้วยคุณแม่ของน้องด้วยล่ะว่าน้องเป็นที่รักของเพื่อนๆและญาติพี่น้องทุกคนทุกคนที่รู้จักน้องยังไม่มีใครทำใจได้ในการจากไปของน้องในครั้งนี้โดยเธอยังเล่าอีกว่าลูกสาวของเธอนั้นได้เป็นตัวแทนเพื่อจะไปถือป้ายในงานเปิดงานเทศกาลไหมประจำปีซึ่งจะมีการจัดงานในวันที่ 24 เดือนกันยายนปีพศ 2563  และวันที่ 26 นี้ก็กำลังจะไปประกวดธิดาไหมในงานเทศกาลดังกล่าวอีกด้วยซึ่งได้มีการเตรียมชุดและเครื่องประดับเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ลูกสาวก็มาเสียชีวิตเสียก่อน

        ทางด้านฝ่ายของพ่อของน้องนั้นตอนนี้ยังไม่ทราบว่าน้องเสียชีวิตเนื่องจากว่าพ่อของน้องนั้นทำงานอยู่ที่ประเทศไต้หวันและเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาที่ประเทศไทยได้เพียงแค่ 2 วันเท่านั้นซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างพบกับตัวตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่คนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจะต้องมีการกลับตัวเป็นระยะเวลา 14 วันทั้งนี้แม่ของหญิงสาววัย 16 ปีที่เสียชีวิตนั้นได้มีการฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลคนที่กลับตัวว่าให้ช่วยดูแลสามีของตนเองให้ดีด้วยเนื่องจากว่าสามีนั้นมีอาการของโรคหัวใจเกรงว่าหากทราบข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิตนั้นอาการของโรคหัวใจจะกำเริบ

           อย่างไรก็ตามแต่ในขณะนี้แม่ของหญิงสาววัย 16 ปีได้มีการเตรียมงานศพให้ลูกสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังหวังว่าทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ที่กระทำความผิดมารับโทษดำเนินคดีได้ในที่สุดนั่นเองซึ่งทางด้านแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตบอกว่าคู่กรณีน่าจะเป็นรูปของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะตนเองนั้นเคยมีปัญหากับวัยรุ่นส่งดังกล่าวได้หนึ่งในคนร้ายนั้นเป็นลูกเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

 

สนับสนุนโดย   Gclub ฟรี 100

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

อยากให้ไปทำบุญด่วน

       เมื่อวันที่ 26 เดือนกันยายน  ปีพ.ศ.  2563   เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากศูนย์กู้ภัยสูงแม่น ได้มีการประกาศตามหาชายเสื้อสีฟ้าในรูปภาพ  โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มีการโพสต์ Facebook เพื่อประกาศตามหาชายคนดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะมีอายุประมาณ 60 กว่าปี  โดยให้เหตุผลในการประกาศตามหาชายคนดังกล่าวว่า อยากที่จะให้ชายคนดังกล่าวนั้นไปทำบุญสะเดาะเคราะห์  เนื่องจากว่าตอนที่ทางชายคนนี้ได้มีการมาช่วยกู้ภัยตามหาคนจมน้ำนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่านหนึ่ง

ได้มีการถ่ายรูป ขั้นตอนตามหาคนหายเอาไว้ปรากฏว่าติดภาพของชายวัย 60 กว่าปีคนนี้แต่ในภาพนั้นจะเห็นได้ว่าเมื่อถ่ายจากมุมด้านหลังชายคนดังกล่าวนั้นไม่มีหัว  แต่ในรูปภาพมุมอื่นๆนั้นยังคงเห็นใบหน้าปกติ  การทำหน้าที่กู้ภัยจึงเกรงว่านี่อาจจะเป็นลางบอกเหตุจึงอยากที่จะติดตามหาชายคนดังกล่าวเพื่ออยากจะแจ้งให้ทราบว่าอยากจะให้ไปทำบุญ

        เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดแพร่  โดยเกิดขึ้นที่อำเภอ   ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้นว่าเป็นช่วงที่ทุกคนตามหาร่างของคนที่ตกน้ำเหมืองแม่นางซึ่งมีทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านต่างก็พากันมาช่วยการตามหาร่างของคนที่จมน้ำซึ่งในระหว่างที่มีการตามหากันอยู่นั้นก็จะมีกู้ภัยบางคนที่มีการถ่ายภาพเอาไว้ซึ่งปฏิบัติการในวันนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เดือนกันยายน ปีพ.ศ.  2563   โดย โดยเหตุการณ์ในวันนั้น เกิดขึ้น ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง 

          สาเหตุที่ต้องออกมาประกาศตามหาชายคนดังกล่าวนั้น  เพราะทุกคนมองว่า  การถ่ายติดภาพในลักษณะแบบนี้อาจจะเป็นลังที่บอกเหตุว่ากำลังเกิดเรื่องที่ไม่ดีกับชายคนดังกล่าว  เพราะในรูปภาพจะเห็นได้ว่าชายคนดังกล่าวนั้นหัวหายไป  ดังนั้นจึงอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงญาติของชายคนดังกล่าว   ให้ช่วยไปบอกชายคนในรูปให้ไปทำบุญเพื่อจะได้เป็นการต่อชะตาชีวิตและไม่เกิดเรื่องราวร้ายแรง 

      อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อที่เวลาคนอื่นมองไม่เห็นหัวควรจะต้องไปทำบุญนั้นนับได้ว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลซึ่งเพื่อความสบายใจก็สามารถที่จะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ได้  

    อย่างไรก็ตามแต่เกี่ยวกับเรื่องของภาพที่ถ่ายติดคนไม่มีหัวนั้นไม่ใช่เคสนี้เป็นเคสแรกแต่มีการถ่ายเจอภาพในลักษณะแบบนี้มาแล้วหลายครั้งเนื่องจากว่าการถ่ายภาพแบบนี้อาจจะเกิดจากมุมกล้องนั้นเอง แต่เพื่อความสบายใจคนส่วนใหญ่จึง มักจะไปทำบุญกัน 

       

สนับสนุนโดย     ufabet เว็บแม่

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

ตีกันเพราะที่จอดรถ

     สำหรับเหตุการณ์ที่กำลังพูดถึงนี้เป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันที่เกิดขึ้นที่บริเวณซอยรัชดาภิเษก 44/1 ตรงบริเวณเดอะมอลล์ท่าพระส่วนสาเหตุที่เกิดการทะเลาะกันนั้นเนื่องจากว่า ทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ

      ขณะนี้ในโลกออนไลน์กำลังมีการแชร์คลิปวีดีโอที่มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังทะเลาะวิวาทกันโดยในคลิปวีดีโอมีการระบุเอาไว้ว่าเป็นบริเวณซอยรัชดาภิเษก 44/1

ซึ่งบริเวณนั้นอยู่ใกล้กับเดอะมอลล์ท่าพระสำหรับสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่ากลุ่มคนขับรถ rider ไม่พอใจที่มาขอจอดรถตรงบริเวณดังกล่าวแล้วเจ้าถิ่นไม่ยอมให้จอดโดยคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่นี้เผยแพร่ขึ้นมาจากเจ้าถิ่นที่ถูกรุมทำร้ายซึ่งเขาได้บอกว่าเหตุผลที่เขาไม่ยอมให้ใครมาจอดรถตรงบริเวณที่ตรงนี้

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่พวกเขาได้มีการรวมเงินเท่าพื้นที่เจ้าของเพื่อมาทำที่จอดรถซึ่งพวกเขาต้องเสียเงินค่าเช่าที่จอดดังนั้นเขาจึงไม่สามารถให้คนอื่นมาจอดรถบริเวณตรงนี้ได้เลยเขาบอกว่าในวันที่เกิดเหตุนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาขอจอดตรงที่บริเวณที่จอดรถของเขาซึ่งเขาบอกไปว่าตรงนี้ไม่สามารถจอดได้และยังแนะนำอีกว่าขับไปอีกหน่อยประมาณ 100 เมตร

จะมีที่จอดรถของห้างเดอะมอลล์ท่าพระให้ไปจอดที่นั่นซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นได้แสดงท่าทางไม่พอใจและขับรถออกไปโดยมีการพูดออกไปว่าไม่จอดก็ได้ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรแต่หลังจากนั้นไม่นานชายคนดังกล่าวก็ย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้เขาพาพวกมาประมาณ 30 คนมารุมทำร้ายเขาและเพื่อนๆซึ่งในตอนนั้นมีตัวเขาที่เป็นผู้ชาย 1 คนและคนสูงอายุประมาณ 55 ปี 2 คน

และมีผู้หญิงอีก 2 คนแต่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นชายฉกรรจ์ที่มีอายุอาวุธครบมือซึ่งเตรียมความพร้อมมาเต็มที่ที่จะทำร้ายโดยพวกเขาโดนทำร้ายทั้งโดนแต่โดนหมัดและมีบางคนจะเอามีดแทงเขาด้วยแต่มีคนห้ามเอาไว้ซึ่งกลุ่มคนของเจ้าของที่นั้นถูกคนร้ายเอาขวดตีหัวจนเป็นแผลฉกรรจ์ต้องเย็บหลายเข็มและพวกผู้หญิงก็โดนกระชากผมจึงทำให้เราต้องไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เนื่องจากว่าบริเวณที่จอดรถดังกล่าวนั้นเป็นที่จอดรถส่วนบุคคลซึ่งตัวเขาเองก็ต้องเสียเงินค่าเช่า และที่บริเวณที่เขาเช่านั้นก็สามารถจอดรถได้แค่เพียง 10 คันเท่านั้นซึ่งก็มีคนที่รวมเงินกันนำรถมาจอดตรงนี้เต็ม 10 คันพอดีที่ตรงนี้สามารถที่จะมีทั้งพนักงาน grab   พนักงานลาล่า  รวมถึง LINE Man    และพนักงาน แพนด้า ซึ่งต่างคนก็ต้องมีการเสียตังค์เพื่อที่จะมาจอดรถตรงบริเวณที่ตรงนี้ดังนั้นเขาซึ่งเป็นคนเฝ้าที่ตรงนี้จึงไม่สามารถให้คนอื่นที่ไม่ได้เสียเงินมาจอดรถแทนที่ของคนอื่นได้ 

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุดเพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจมากเพียงเพราะเรื่องแค่ขี้ทางในการจอดรถเท่านั้นซึ่งถ้าเกิดเขาฟังเหตุผลสักนิดก็น่าจะเข้าใจดีว่าคนอื่นต้องเสียตังค์ในการจ่ายค่าเช่าที่จอดรถดังนั้นตนเองที่ไม่ได้เสียเงินจึงไม่ควรจอดในที่ของคนอื่นและไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพากันมาลงทำร้ายคนอื่นแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถอย่างเดียวเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   บาคาร่า เว็บไหนดีสุด

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

พ่อฆ่าลูกอายุเพียงแค่ 7 วัน

         เป็นพอดีที่สุดสะเทือนขวัญเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้เมื่อมีชาวบ้านได้ไปพบศพของเด็กทารกแรกเกิดถูกฝังไว้อยู่บริเวณท้ายหมู่บ้านลิงป่าสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ของสถานีตำรวจช้างเผือกซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงสถานที่พบศพและนำร่างของเด็กไปรษณีย์สุดก็พบว่าเด็กน้อยที่เสียชีวิตนั้นน่าจะเพิ่งเกิดมาได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้นและสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเนื่องจากว่ามีสารพิษอยู่ในร่างกาย

         จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบหาข้อมูลพบว่าผู้ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในการฆาตกรรมเด็กทารกในครั้งนี้ก็คือพ่อของเด็กเองซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนในที่สุดพ่อของเด็กก็ให้การรับสารภาพว่าเขาเป็นคนฆ่าลูกของตนเองโดยลูกของเขานั้นเป็นเด็กผู้หญิงเพิ่งเกิดได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น

สำหรับเหตุผลในการที่เขาต้องฆ่าลูกของเขานั้นเขาได้มีการระบุเอาไว้ว่าเนื่องจากว่าเขาเป็นชาวเขาอาชีพของเขานั้นคือการค้าขายซึ่งแน่นอนว่าเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ดีทำให้เขาค้าขายไม่ค่อยได้และตัวเขาเองและภรรยาก็มีลูกด้วยกันอยู่แล้วถึง 2 คนและเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่พ่อมามีลูกอีกคนนึงทำให้เขารู้สึกว่าภาระค่าใช้จ่ายนั้นเพิ่มมากขึ้นเราจึงได้นำรูปที่เพิ่งเกิดได้เพียง 7 วันเท่านั้นออกไปจากบ้านโดยที่ภรรยาไม่รู้หลังจากนั้นก็นำน้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากลูกเมื่อลูกเสียชีวิตจึงนำศพของลูกนั้นไปฝังที่บริเวณท้ายหมู่บ้าน

          ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านภรรยาของผู้ก่อเหตุนั้นไม่ทราบมาก่อนรู้แต่เพียงว่าลูกหายออกไปจากบ้านแต่ทางด้านภรรยาก็ค่อนข้างสงสัยในตัวสามีเช่นเดียวกันว่าอาจจะเป็นคนพาลูกออกจากบ้านไป  จึงได้มีการไปแจ้งเรื่องไว้กับผู้ใหญ่บ้านติดตามหาตัวลูกสาววัย 7 วันของเธอ

         สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านผู้ก่อเหตุเองได้ออกมายอมรับว่าตนเองนั้นก็เสียใจเช่นเดียวกันกับสิ่งที่ทำลงไปแต่เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกหลายคนจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้เลยเขายังบอกอีกว่าอันที่จริงแล้วเขาตั้งใจที่จะพาภรรยาของเขานั้นไปทำกิ๊ฟเพราะอยากจะได้ลูกผู้ชายแต่ภรรยากลับมาท้องเสียก่อนและเมื่อคลอดออกมากับเป็นผู้หญิงจึงทำให้เขาตัดสินใจในที่สุดที่จะไม่เก็บลูกสาวคนเล็กเอาไว้นั่นเอง

        เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับเด็กคนหนึ่งที่เกิดมาท่ามกลางความยากจนของพ่อแม่ ซึ่งเรื่องนี้หากไม่พร้อมควรจะมีการทำหมันเอาไว้ก่อน ไม่ควรที่จะปล่อยให้ท้องแล้วมาฆ่าภายหลังแบบนี้ 

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัครยังไง

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

ชายตัดอ้อยถูกฟ้องล้มละลาย เรียกเก็บเงิน 97 ล้านบาท

         เมื่อวันที่ 17 เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2563  มีชายตัดอ้อยคนหนึ่งเดินทางมาเข้าร้องเรียนให้กับผู้สื่อข่าวได้ช่วยเหลือ เนื่องจากเขาได้รับเอกสารจากศาล ซึ่งเป็นศาลล้มละลายกลาง โดยเอกสารนั้นเป็นการยื่นเรื่องล้มละลาย   ซึ่งชายตัดอ้อยยืนยันว่าตั้งแต่เขาเกิดมาและจำความได้ เขาไม่เคยเปิดบริษัทอย่างแน่นอน และยิ่งบริษัทที่มีเงินหมุนเวียนเป็นร้อยล้านแบบนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

          เพราะว่าเขาเองนั้น ทำอาชีพตัดอ้อยมาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ก็ยากจน รายได้ต่อวันของเขานั้นเพียงแค่วันละ สามร้อยถึงสี่ร้อยบาทเท่านั้น  ที่สำคัญเขาไม่ได้มีเงินที่จะไปซื้อหุ้นที่ไหนได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาอยากขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง หากเขาต้องมารับผิดชอบหนี้สินตั้ง 97 ล้านบาทย่อมไม่ใช่เรื่องที่ถุกต้อง และในขณะนี้เอกสารระบุว่า เขาจะถูกสั่งให้มีการพิทักษ์ทรัพย์เอาไว้ก่อน ซึ่งเอกสารนี้มีการยื่นเรื่องเกี่ยวกับการฟ้องล้มละลายมตั้งแต่วันที่ 9 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2562  และยังมีการบอกให้เขาไปให้การที่ศาลอีกด้วย ซึ่งเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการล้มละลาย ดังนั้น เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี 

        สำหรบเอกสารการฟ้องล้มละลายนั้น มีชื่อของชายตัดอ้อยอย่างถูกต้อง ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการส่งเรื่องตรวจสอบหาสาเหตุว่าเหตุใด ผู้ชายที่เป็นเพียงแค่คนตัดอ้อย ที่อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงได้รับหมายศาล เขาถูกนำเอกสารไปแอบอ้างเปิดบริษัทหรือไม่  

         อย่างไรก็ตาม จาก เอกสารเบื้องต้น ที่สามารถตรวจสอบได้นั้นพบว่ารายชื่อของใช้กับไร่อ้อยนั้นอยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้นโดยระบบว่าเขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทภูเก็ตมอนติคาโลจำกัด  และบริษัทนี้ก็เปิดมานานกว่า 20 ปีแล้วโดยบริษัทแห่งนี้มีสถานะการเปิดเพื่อเอาไว้ซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญต้นทุนในการจดทะเบียนของบริษัทแห่งนี้นั้นมีการจดทะเบียนทนไว้ถึง 200 ล้านบาทเลยทีเดียว  

           โดยบริษัทแห่งนี้เปิดขึ้นมา ตั้งแต่ปีพศ 2547   และด้วยสถานการณ์ของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจทำให้บริษัทมีหนี้ค้างประมาณ 24 ล้านบาทซึ่งหนี้ค้างนี้เป็นหนี้ค้างช่วงปีพศ 2561 จนถึงปีพศ2563   อีกทั้งยังมีการถูกเลขเก็บค่าปรับอีก 48 ล้านบาท  และยังมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 24 ล้านบาททำให้ยอดตามเลขเด็ดทั้งหมดนั้นถูกเรียกเก็บยอดรวมถึง 97 ล้านบาทในการที่จะต้องชำระหนี้

        อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางด้านชายตัดอ้อยได้มีการติดต่อศูนย์ดำรงธรรมให้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้แล้วเพราะเขาเกรงว่าตัวเขาเองนั้นจะเป็นแพะรับบาปเพราะค่าใช้จ่ายต่อเดือนในแต่ละเดือนนั้นเขายังไม่พอกินในขณะนี้เขามีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 200 บาทเท่านั้นดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีเงินจดทะเบียนหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาท  ซึ่งเขาเชื่อว่าเขากำลังถูกใส่ร้ายและเขาจะถูกติดคุกแทนคนอื่นซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการส่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพื่อหาความจริงต่อไป

 

สนับสนุนโดย   gclub slot ทดลองเล่น

c.files_.bbci_.co_.uk_107348532_hi054593559-d01c12c6757d4cd10b29cb2f50a515cecde88a89

รถติดหลายกิโลเพราะคนเดินทางกลับ

           ตั้งแต่วันที่ 25 เดือนกรกฎาคมถึงวันที่ 28 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 รัฐบาลได้มีการประกาศให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วันทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นั้นเดินทางออกต่างจังหวัดบางคนก็ต้องการกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดภูมิลำเนาของตนเองไปเยี่ยมครอบครัวปู่ย่าตายายส่วนบางครอบครัวนั้นก็เดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อต้องการไปท่องเที่ยวเนื่องจากว่าวันหยุดยาวละครจีนต้องการพักผ่อนดังนั้นในช่วงตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ช่วงเวลากลางคืนเป็นต้น

มาทำให้มีรถเป็นจำนวนมากที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯและถ้าหากใครเดินทางเข้าไปเที่ยวในกรุงเทพฯช่วงประมาณวันที่ 25 ถึงวันที่ 28 เราเราก็ควรจะเห็นว่าถนนในกรุงเทพฯนั้นโล่งมากเพราะจะไม่ค่อยมีรถวิ่งมาบนท้องถนนเท่าไหร่เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่ก็จะเดินทางออกต่างจังหวัดหรือถ้าบางคนไม่ออกต่างจังหวัดพวกเขาก็มักจะอยู่บ้านพักผ่อนกันไม่ค่อยมีใครออกมาขับรถบนท้องถนนกันมากนักแต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่หลายคนได้ใช้วันหยุดยาว 4 วันต่อเนื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนนั้นจะต้องกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯกันเหมือนเดิมดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในวันที่ 28 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563

ช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นมาบนถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯจะมีรถหนาแน่นเป็นจำนวนมากและติดกันหลายกิโลเลยทีเดียวทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯยิ่งใหญ่ตอนหัวค่ำแล้วแล้วก็จะยิ่งเยอะมากเป็นพิเศษเรียกได้ว่าเวลาที่รถวิ่งนั้นนับกิโลเป็น 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เลยทีเดียวซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละท้องที่ก็ต้องออกปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างที่นักท่องเที่ยวขับรถบนท้องถนนระหว่างการเดินทางกลับมาบ้านพักอย่างไร

ก็ตามทางด้านอาสากู้ภัยต่างๆก็จะมีการประจำที่ไว้รอหากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นพวกเขาจะพร้อมเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ซึ่งมีถนนหลายเส้นที่เมื่อมีการไปสำรวจดูแล้วก็จะเห็นว่ามีรถติดอย่างหนาแน่นบางช่วงติดยาวถึงขนาดต้องจอดรถกันเลยทีเดียวแต่บางช่วงก็สามารถขับได้เรื่อยๆช้าๆซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีการคาดการณ์เอาไว้แล้ว

ว่าจะต้องมีปัญหารถติดยาวต่อเนื่องไปจนเกือบถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียวกว่าที่ท้องถนนจะสามารถระบายรถติดออกได้เพราะเหตุการณ์รถติดแบบนี้มีมาต่อเนื่องหลายปีแล้วเนื่องจากทุกเทศกาลก็จะมีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากนั่นเอง 

       สำหรับเรื่องของการรถติดนั้นชื่อว่าอะไรคนคงชินแล้วเพราะว่าปัญหารถติดนั้นเป็นปัญหาต่อเนื่องทุกเทศกาลที่มีวันหยุดยาวผู้คนมักจะเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปท่องเที่ยวและกลับบ้านเพื่อเยี่ยมครอบครัวดังนั้นปัญหาเราจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของคนไทยอีกต่อไปแต่อย่างไรก็ตามการขับรถบนท้องถนนก็ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจะเป็นการดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย    บาคาร่า บิกินี่